<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?> <rss
version="2.0"
xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
><channel><title>รวมวิธีการใช้ Wordpress, Joomla, Drupal, Magento และ SEO &#187; web</title> <atom:link href="http://killthewhat.com/tag/web/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" /><link>http://killthewhat.com</link> <description>Knowledge Base by howhost.com</description> <lastBuildDate>Fri, 24 Dec 2010 15:00:17 +0000</lastBuildDate> <language>en</language> <sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod> <sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency> <generator>http://wordpress.org/?v=3.0.3</generator> <item><title>วิธีย้าย wordpress จากโลคอล (localhost) ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง</title><link>http://killthewhat.com/wordpress-tutorials/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-wordpress-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5-localhost-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a2/</link> <comments>http://killthewhat.com/wordpress-tutorials/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-wordpress-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5-localhost-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a2/#comments</comments> <pubDate>Tue, 21 Jul 2009 16:52:25 +0000</pubDate> <dc:creator>snappy</dc:creator> <category><![CDATA[Wordpress]]></category> <category><![CDATA[local]]></category> <category><![CDATA[server]]></category> <category><![CDATA[web]]></category> <category><![CDATA[ย้ายข้อมูล]]></category> <category><![CDATA[ย้ายเว็บไซต์]]></category><guid
isPermaLink="false">http://killthewhat.com/?p=3698</guid> <description><![CDATA[ครั้งที่แล้วผมได้บอกวิธีการย้าย joomla มาแล้วมาคราวนี้จะบอกวิธีการย้าย wordpress บ้างเพราะลูกค้าของฮาวโฮสเราก็มีการใช้งาน wordpress เยอะอยู่พอสมควร ซึ่งหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คนที่ยังไม่กล้าย้าย wordpress เว็บไซต์ของท่านจากโลคอล (localhost) ที่ทำอยู่บนเครื่องตัวเอง สามารถที่จะย้ายขึ้นมาบนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริงไม่ว่าจะบริการของฮาวโฮสเราหรือโฮสติ้งที่ไหนๆ หรือจะเป็นการย้ายโฮสเดิมไปสู่โฮสใหม่ ซึ่งหลักการจะคล้ายๆของ joomla ครับ Step 1. ให้เราดูในเรื่องของ server ที่เราจะนำไปฝากไว้ครับว่าเขารองรับ CMS wordpress หรือป่าว ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็รองรับทั้งนั้น ในส่วนนี้ถ้าใช้บริการฮาวโฮสรับรอง 100% หายห่วงครับ ซึ่งภายใน web server ต้องมี PHP version 4.3 หรือสูงกว่า MySQL version 4.0 หรือสูงกว่า mod_rewrite ของ apache ต้องเปิด Step 2. แบ็คอัพเว็บไซต์เราก่อนครับถ้าใครย้ายจากโลคอลไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็คงไม่ ต้องห่วงไรมากเพราะมันอยู่ในเครื่องเราเองอยู่แล้ว แต่ถ้าใครที่ย้ายจากเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่งไปยังอีกเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง คงต้องทำการสำรองหรือแบ็คอัพ (backup) เว็บไซต์ โดยดึงมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์มาเก็บไว้ที่เครื่องเราก่อน เพื่อความปลอดภัยครับ [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p>ครั้งที่แล้วผมได้บอกวิธีการ<a
href="http://killthewhat.com/joomla-tutorial/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%95%E0%B9%8C-joomla-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A5/">ย้าย joomla</a> มาแล้วมาคราวนี้จะบอกวิธีการย้าย wordpress บ้างเพราะลูกค้าของฮาวโฮสเราก็มีการใช้งาน wordpress เยอะอยู่พอสมควร ซึ่งหวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คนที่ยังไม่กล้าย้าย<span
id="more-3698"></span> wordpress เว็บไซต์ของท่านจากโลคอล (localhost) ที่ทำอยู่บนเครื่องตัวเอง สามารถที่จะย้ายขึ้นมาบนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริงไม่ว่าจะบริการของฮาวโฮสเราหรือโฮสติ้งที่ไหนๆ หรือจะเป็นการย้ายโฮสเดิมไปสู่โฮสใหม่ ซึ่งหลักการจะคล้ายๆของ joomla ครับ</p><p>Step 1. ให้เราดูในเรื่องของ server ที่เราจะนำไปฝากไว้ครับว่าเขารองรับ CMS wordpress หรือป่าว ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็รองรับทั้งนั้น ในส่วนนี้ถ้าใช้บริการฮาวโฮสรับรอง 100% หายห่วงครับ ซึ่งภายใน web server ต้องมี</p><ul><li>PHP version 4.3 หรือสูงกว่า</li><li>MySQL version 4.0 หรือสูงกว่า</li><li>mod_rewrite ของ apache ต้องเปิด</li></ul><p>Step 2. แบ็คอัพเว็บไซต์เราก่อนครับถ้าใครย้ายจากโลคอลไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็คงไม่ ต้องห่วงไรมากเพราะมันอยู่ในเครื่องเราเองอยู่แล้ว แต่ถ้าใครที่ย้ายจากเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่งไปยังอีกเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง คงต้องทำการสำรองหรือแบ็คอัพ (backup) เว็บไซต์ โดยดึงมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์มาเก็บไว้ที่เครื่องเราก่อน เพื่อความปลอดภัยครับ</p><p>Step 3. Export ไฟล์ฐานข้อมูลของเว็บไซต์ออกมา ชนิดของไฟล์ฐานข้อมูลที่ดีที่สุดก็คือไฟล์แบบ SQL เนื่องจากสามารถนำไปใช้งานกับเว็บไซต์ปลายทางได้ง่ายดายกว่าไฟล์ชนิดอื่นๆ หรือถ้าไฟล์ฐานข้อมูลเราใหญ่มากแนะนำให้เป็นแบบ Gzip น่ะครับ ซึ่งเราอาจจะใช้ phpmyadmin เข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้</p><p>Step 4. สร้างฐานข้อมูลเปล่าๆไว้บน hosting ที่เราใช้บริการ แล้วจากนั้นนำฐานข้อมูลที่เราได้ export ออกมานำมา import เข้ามายังที่ใหม่นี้ โดยใช้ phpmyadmin เข้ามาช่วยในส่วนนี้</p><p>Step 5. แก้ไขไฟล์ wp-config.php ไฟล์นี้จะอยู่ที่ไดเรกทอรีรากของเว็บไซต์ ในไฟล์นี้จะบันทึกค่ารายละเอียดพื้นฐานของเว็บไซต์ ที่นำไปใช้กำหนดค่าการทำงานในทุกส่วนของเว็บไซต์ โดยหลักๆที่เราต้องแก้ก็คือ</p><ul><li>DB_NAME ชื่อไฟล์ฐานข้อมูลใหม่ที่เราสร้าง</li><li>DB_USER ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล เป็นชื่อที่สามารถเข้าถึง db ตัวนี้ได้ เช่น root เป็นต้น</li><li>DB_PASSWORD รหัสผ่านใหม่ สำหรับเข้าใช้ฐานข้อมูล</li><li>DB_HOST ชื่อโฮสต์ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ (โฮสต์ของดาต้าเบส) ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ชื่อ localhost กัน แต่ถ้าโฮสติ้งแห่งใหม่ที่ไปใช้บริการตั้งค่าเป็นชื่ออื่น ก็ต้องเปลี่ยนค่าตรงนี้ให้ตรงกับชื่อใหม่ด้วย ซึ่งถ้าเป็นของฮาวโฮสก็คือ localhost ครับ</li></ul><p>***แนะนำสำหรับคนที่ย้ายจาก subdirectory มายัง root ของเว็บ หรือจากจาก localhost ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง เช่น www.domain.com/wp ไปยัง www.domain.com ซึ่งในขั้นตอนนี้ให้จากโลคอล (localhost) ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง ให้เราเข้าไปที่ phpmyadmin ของเราจากนั้นพิมพ์คำสั่ง SQL ว่า</p><pre class="brush: php; title: ;">
UPDATE wp_options
SET option_value = “url ใหม่ของท่าน เช่น http://www.domain.com/”
WHERE option_name = “siteurl” OR option_name = “home”
</pre><p>ซึ่งในที่นี้จะเป็นการเปลี่ยน url ของ wordpress ในเมนู Settings >> General</p><p>Step 6. อัพโหลดทุกไฟล์ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใหม่โดยใช้ FTP เช่น filezilla ก็ดีครับ ที่อยู่บนเครื่องเรา ไปยังโฟลเดอร์ของเว็บไซต์ที่อยู่บนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง เช่น ของฮาวโฮสจะเป็น /httpdocs</p><p>Step 7. ติดตั้งปลั๊กอิน <a
href="http://www.velvetblues.com/web-development-blog/wordpress-plugin-update-urls/">Velvet Blues Update URLs</a> โดยปลั๊กอินตัวนี้จะทำการปรับปรุง URLs ลิงก์ต่าง ๆ จากเว็บเดิมทั้งหมดให้เป็น URLs ของเว็บใหม่โดยที่เราไม่ต้องไปแก้ไขในฐานข้อมูลโดยตรง จากนั้น activate ปลั๊กอินแล้วเข้าไปที่เมนู Settings->Update Urls ในช่อง Old URL ให้ป้อน WordPress URL เดิม หรือ URL ที่ติดตั้ง WordPress ของโฮสต์เก่า (http://domain.com/blog) ส่วนในช่อง New URL ป้อน WordPress URL บนโฮสต์ใหม่ (http://domain.com/) แล้วคลิกปุ่ม Update URLs</p><p>Step 8. ทดสอบความถูกต้องของเว็บไซต์เราครับ</p><p>via : http://xirbit.com/2008/12/30/183<br
/> ปล.ถ้าติดขัดปัญหาส่วนไหนเพิ่มเติมสามารถติดต่อให้ทีมงานฮาวโฮสช่วยแก้ไขได้น่ะครับ</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://killthewhat.com/wordpress-tutorials/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2-wordpress-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%84%e0%b8%ad%e0%b8%a5-localhost-%e0%b9%84%e0%b8%9b%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>1</slash:comments> </item> <item><title>วิธีย้ายเว็บไซต์ joomla จากโลคอล (localhost) ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง</title><link>http://killthewhat.com/joomla-tutorial/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c-joomla-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5/</link> <comments>http://killthewhat.com/joomla-tutorial/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c-joomla-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5/#comments</comments> <pubDate>Fri, 17 Jul 2009 17:37:47 +0000</pubDate> <dc:creator>snappy</dc:creator> <category><![CDATA[Joomla]]></category> <category><![CDATA[local]]></category> <category><![CDATA[server]]></category> <category><![CDATA[web]]></category><guid
isPermaLink="false">http://killthewhat.com/?p=3594</guid> <description><![CDATA[โดยส่วนมากแล้วคนที่ทำเว็บเริ่มต้นก็คงจะลองจำลองให้เครื่องตัวเองเป็น web server แล้วก็ลงติดตั้ง cms ต่างๆเพื่อลองใช้งานและทำเว็บในแบบที่ตนเองต้องการ จนเราพอใจแล้วเราจึงตัดสินใจนำมันขึ้น server จริงเพื่อให้คนอื่นได้ชื่นชมบาง ในที่นี่ผมจะขอพูดถึงในส่วนของ Joomla! เพราะเป็น CMS ยอดนิยมที่มาแรงจริงๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะใช้ joomla ในการทำเว็บของตนเอง และก็มักมีปัญหากับการย้ายจากโลคอล (local) ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ (web server) และจากเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่งไปยังอีกเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง ซึ่งทั้งสองแบบใช้หลักการและวิธีการเดียวกันครับ จะแตกต่างกันตรงที่ต้นฉบับกับเป้าหมายที่ย้ายไปวางเท่านั้นเอง โดยมีขั้นตอนง่ายๆดังนี้ Step 1. เราจะต้องดู server ที่เราจะนำไปฝากไว้ครับว่าเขารองรับ CMS Joomla หรือป่าว ในส่วนนี้ถ้าใช้บริการฮาวโฮสรับรอง 100% ไม่ต้องห่วง ซึ่งภายใน server ต้องมี PHP 4.2.x หรือสูงกว่า MySQL 3.23.x หรือสูงกว่า Apache 1.3.x หรือสูงกว่า Step 2. แบ็คอัพเว็บไซต์เราก่อนครับถ้าใครย้ายจากโลคอลไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็คงไม่ต้องห่วงไรมากเพราะมันอยู่ในเครื่องเราเองอยู่แล้ว แต่ถ้าใครที่ย้ายจากเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่งไปยังอีกเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง คงต้องทำการสำรองหรือแบ็ดอัพเว็บไซต์ โดยดึงมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์มาเก็บไว้ที่เครื่องเราก่อน [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
src="http://killthewhat.com/wp-content/uploads/2009/07/joomla11.png" alt="joomla" title="joomla" width="630" height="100" class="aligncenter size-full wp-image-3599" /></p><p>โดยส่วนมากแล้วคนที่ทำเว็บเริ่มต้นก็คงจะลองจำลองให้เครื่องตัวเองเป็น web server แล้วก็ลงติดตั้ง cms ต่างๆเพื่อลองใช้งานและทำเว็บในแบบที่ตนเองต้องการ<span
id="more-3594"></span> จนเราพอใจแล้วเราจึงตัดสินใจนำมันขึ้น server จริงเพื่อให้คนอื่นได้ชื่นชมบาง ในที่นี่ผมจะขอพูดถึงในส่วนของ Joomla! เพราะเป็น CMS ยอดนิยมที่มาแรงจริงๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะใช้ joomla ในการทำเว็บของตนเอง และก็มักมีปัญหากับการย้ายจากโลคอล (local) ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ (web server) และจากเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่งไปยังอีกเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง ซึ่งทั้งสองแบบใช้หลักการและวิธีการเดียวกันครับ จะแตกต่างกันตรงที่ต้นฉบับกับเป้าหมายที่ย้ายไปวางเท่านั้นเอง โดยมีขั้นตอนง่ายๆดังนี้</p><p><strong>Step 1.</strong> เราจะต้องดู server ที่เราจะนำไปฝากไว้ครับว่าเขารองรับ CMS Joomla หรือป่าว ในส่วนนี้ถ้าใช้บริการฮาวโฮสรับรอง 100% ไม่ต้องห่วง ซึ่งภายใน server ต้องมี</p><ul><li>PHP 4.2.x หรือสูงกว่า</li><li> MySQL 3.23.x หรือสูงกว่า</li><li> Apache 1.3.x หรือสูงกว่า</li></ul><p><strong>Step 2.</strong> แบ็คอัพเว็บไซต์เราก่อนครับถ้าใครย้ายจากโลคอลไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ก็คงไม่ต้องห่วงไรมากเพราะมันอยู่ในเครื่องเราเองอยู่แล้ว แต่ถ้าใครที่ย้ายจากเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่งไปยังอีกเว็บเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง คงต้องทำการสำรองหรือแบ็ดอัพเว็บไซต์ โดยดึงมาจากเว็บเซิร์ฟเวอร์มาเก็บไว้ที่เครื่องเราก่อน เพื่อความปลอดภัยครับ</p><p><strong>Step 3.</strong> Export ไฟล์ฐานข้อมูลของเว็บไซต์ออกมา ชนิดของไฟล์ฐานข้อมูลที่ดีที่สุดก็คือไฟล์แบบ SQL เนื่องจากสามารถนำไปใช้งานกับเว็บไซต์ปลายทางได้ง่ายดายกว่าไฟล์ชนิดอื่นๆ หรือถ้าไฟล์ฐานข้อมูลเราใหญ่มากแนะนำให้เป็นแบบ Gzip น่ะครับ ซึ่งเราอาจจะใช้ phpmyadmin เข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้</p><p><strong>Step 4.</strong> แก้ไขไฟล์ configuration.php หลักการของขั้นตอนนี้ก็คือ ทุกเว็บไซต์ที่สร้างด้วย Joomla รายละเอียดการทำงานของเว็บไซต์ จะถูกบันทึกเก็บเป็นค่าไว้ในไฟล์ configuration.php และไฟล์นี้จะอยู่ที่ไดเรกทอรีรากของเว็บไซต์ ในไฟล์นี้จะบันทึกค่ารายละเอียดพื้นฐานของเว็บไซต์ ที่นำไปใช้กำหนดค่าการทำงานในทุกส่วนของเว็บไซต์ โดยหลักๆที่เราต้องแก้ก็คือ</p><ul><li><strong>var $host</strong> ชื่อโฮสต์ของเว็บเซิร์ฟเวอร์ (โฮสต์ของดาต้าเบส) ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ชื่อ localhost กัน แต่ถ้าโฮสติ้งแห่งใหม่ที่ไปใช้บริการตั้งค่าเป็นชื่ออื่น ก็ต้องเปลี่ยนค่าตรงนี้ให้ตรงกับชื่อใหม่ด้วย ซึ่งถ้าเป็นของฮาวโฮสก็คือ localhost ครับ</li><li><strong>var $user</strong> ชื่อผู้ใช้ฐานข้อมูล เปลี่ยนเป็นชื่อที่กำหนดขึ้นบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ของโฮสติ้ง</li><li><strong>var $password</strong> รหัสผ่านใหม่ สำหรับเข้าใช้ฐานข้อมูล</li><li><strong>var $db</strong> ชื่อไฟล์ฐานข้อมูลใหม่</li><li><strong>var $ftp_host</strong> ชื่อโฮสต์ของ FTP ให้เราใส่เป็น ftp.domain.com ครับ</li><li><strong>var $ftp_port</strong> หมายเลขพอร์ตของ FTP จะเป็น 21</li><li><strong>var $ftp_user</strong> ชื่อผู้ใช้งาน FTP</li><li><strong>var $ftp_pass</strong> รหัสผ่านผู้ใช้งาน FTP</li><li><strong>var $ftp_root</strong> ตำแหน่งราก (root) ของการใช้ FTP เข้าถึงเว็บไซต์</li><li><strong>var $tmp_path</strong> ตำแหน่งบนฮาร์ดดิสก์จริง (Absolute path) ของไดเรกทอรี่ tmp ของเว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์ เช่น ถ้าเป็นของฮาวโฮสก็จะเป็น /var/www/vhosts/domain.com/httpdocs/tmp</li><li><strong>var $log_path</strong> ตำแหน่งบนฮาร์ดดิสก์จริง (Absolute path) ของไดเรกทอรี่ logs ของเว็บไซต์บนเซิร์ฟเวอร์ เช่น ถ้าเป็นของฮาวโฮสก็จะเป็น /var/www/vhosts/domain.com/httpdocs/logs</li><li><strong>var $live_site</strong> เป็นค่า URL ของเว็บไซต์ เช่น &#8220;http://www.example.com&#8221; หรือ &#8220;http://www.example.com/joomla&#8221; เป็นต้น</li></ul><p>เมื่อแก้ไขค่าทั้งหมดเสร็จแล้ว ก็ให้บันทึกไฟล์นี้ไว้ในที่เดิมครับ หรือเราอาจจะทำไฟล์นี่มา 2 ชุดเก็บไว้ก็ได้ครับคือไฟล์ก่อนแก้ไขชุดหนึ่ง หลังแก้แล้วชุดหนึ่ง ผมทำประจำ</p><p><strong>Step 5.</strong> อัพโหลดทุกไฟล์ไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ใหม่โดยใช้ FTP เช่น filezilla ก็ดีครับ ที่อยู่บนเครื่องเรา ไปยังโฟลเดอร์ของเว็บไซต์ที่อยู่บนเว็บเซิร์ฟเวอร์จริง เช่น ของฮาวโฮสจะเป็น /httpdocs</p><p><strong>Step 6.</strong> Import ฐานข้อมูลของเราขึ้นไปยังเว็บเซิร์ฟเวอร์ครับ โดยผ่าน phpmyadmin ของเซิร์ฟเวอร์นั่นๆ โดยสามารถดูวิธีการ import ฐานข้อมูลได้จาก <a
href="http://killthewhat.com/plesk-panel/import-database/">http://killthewhat.com/plesk-panel/import-database/</a></p><p><strong>Step 7.</strong> ที่นี่ก็ทดลองเข้าเว็บไซต์ของเราครับว่าเป็นไงบาง มีอะไรผิดพลาดไหม เพียงเท่านี้เราก็จะย้ายสำเร็จแล้วไม่ยากเลย มีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ครับ หรือถ้าใช้บริการฮาวโฮสของเราไม่ต้องห่วงสามารถให้ทางเราช่วยเหลือท่านได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ</p><p>via : http://www.dodeeweb.com/articles/7-2009-03-19-04-08-17</p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://killthewhat.com/joomla-tutorial/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%95%e0%b9%8c-joomla-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%82%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>5</slash:comments> </item> <item><title>ตัวนำทางเว็บแบบอักษรด้วย Breadcrumb NavXT</title><link>http://killthewhat.com/wordpress-tutorials/breadcrumb-navxt/</link> <comments>http://killthewhat.com/wordpress-tutorials/breadcrumb-navxt/#comments</comments> <pubDate>Mon, 11 May 2009 07:23:39 +0000</pubDate> <dc:creator>snappy</dc:creator> <category><![CDATA[Wordpress]]></category> <category><![CDATA[navixt]]></category> <category><![CDATA[plugin]]></category> <category><![CDATA[tips]]></category> <category><![CDATA[web]]></category><guid
isPermaLink="false">http://killthewhat.com/?p=964</guid> <description><![CDATA[ผมก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีน่ะครับขอเรียกแบบนี้ละกัน ตัวอย่างก็แบบรูปภาพด้านบนน่ะครับจะดีกว่าไหมถ้าผู้เข้าชมเว็บสามารถรู้ได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ส่วนไหนของเว็บ เป็นการบอกตำแหน่งของผู้เข้าเว็บเราว่าตอนนี้อยู่ ณ.ส่วนไหนของเว็บ ซึ่งวิธีการทำนั้นก็ไม่ยากเท่าไรแต่แนะนำครับต้องมีความรู้พื้นฐานด้าน html+css เพราะ plugin ตัวนี้ไม่ใช่ว่าพอเรา activate ไปแล้วมันจะแสดงออกมาให้เราเลยน่ะครับ ต้องเสริมลงใน theme เอาเอง และปรับแต่ง css เพิ่อความสวยงามให้เข้ากับเว็บเรา plugin ตัวนี้ชื่อว่า Breadcrumb NavXT แต่ใครไม่อยากยุ่งกับตัว theme แนะนำให้ใช้ theme ของทางผู้พัฒนาครับเพราะเขาได้ใส่ไว้ให้แล้ว http://mtekk.weblogs.us/code/berry หลังจากโหลดมาแล้วให้เราทำการติดตั้ง และเข้าไปดูที่หน้า admin ของเราไปที่ Plugins &#62; Installed มันจะมี plugin โผ่ลมา 2 ตัวซึ่งทางผู้พัฒนาได้บอกไว้ว่าไม่ควร activate ทั้ง 2 ตัวให้เลือกตัวใดตัวหนึ่ง แต่ทางฮาวโฮสเราแนะนำว่าให้ activate ตัว Breadcrumb NavXT &#8211; Adminstration Interface ครับเพราะสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้ หลังจาก activate แล้วมาถึงขั้นตอนนำตัว [...]]]></description> <content:encoded><![CDATA[<p><img
class="aligncenter size-full wp-image-965" title="breadcrumb-sample" src="http://killthewhat.com/wp-content/uploads/2009/05/breadcrumb-sample.png" alt="breadcrumb-sample" width="250" height="200" /><br
/> ผมก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรดีน่ะครับขอเรียกแบบนี้ละกัน ตัวอย่างก็แบบรูปภาพด้านบนน่ะครับจะดีกว่าไหมถ้าผู้เข้าชมเว็บสามารถรู้ได้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ส่วนไหนของเว็บ เป็นการบอกตำแหน่งของผู้เข้าเว็บเราว่าตอนนี้อยู่ ณ.ส่วนไหนของเว็บ ซึ่งวิธีการทำนั้นก็ไม่ยากเท่าไรแต่แนะนำครับต้องมีความรู้พื้นฐานด้าน html+css เพราะ plugin ตัวนี้ไม่ใช่ว่าพอเรา activate ไปแล้วมันจะแสดงออกมาให้เราเลยน่ะครับ ต้องเสริมลงใน theme เอาเอง และปรับแต่ง css เพิ่อความสวยงามให้เข้ากับเว็บเรา plugin ตัวนี้ชื่อว่า <a
href="http://mtekk.weblogs.us/code/breadcrumb-navxt/#installation">Breadcrumb NavXT</a> แต่ใครไม่อยากยุ่งกับตัว theme แนะนำให้ใช้ theme ของทางผู้พัฒนาครับเพราะเขาได้ใส่ไว้ให้แล้ว <a
href="http://mtekk.weblogs.us/code/berry">http://mtekk.weblogs.us/code/berry</a><br
/> <span
id="more-964"></span>หลังจากโหลดมาแล้วให้เราทำการติดตั้ง และเข้าไปดูที่หน้า admin ของเราไปที่ Plugins &gt; Installed มันจะมี plugin โผ่ลมา 2 ตัวซึ่งทางผู้พัฒนาได้บอกไว้ว่าไม่ควร activate ทั้ง 2 ตัวให้เลือกตัวใดตัวหนึ่ง แต่ทางฮาวโฮสเราแนะนำว่าให้ activate ตัว Breadcrumb NavXT &#8211; Adminstration Interface ครับเพราะสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมได้<br
/> <img
class="aligncenter size-full wp-image-967" title="howhost_0056" src="http://killthewhat.com/wp-content/uploads/2009/05/howhost_0056.png" alt="howhost_0056" width="630" height="153" /><br
/> หลังจาก activate แล้วมาถึงขั้นตอนนำตัว naviXT ให้มันแสดงผลในเว็บเราละครับ โดยการนำไฟล์ header.php ของตัว theme เรามาแก้ไข /wp-content/themes/(them เราที่ใช้)/header.php<br
/> <img
class="aligncenter size-full wp-image-969" title="howhost_00214" src="http://killthewhat.com/wp-content/uploads/2009/05/howhost_00214.png" alt="howhost_00214" width="615" height="369" /><br
/> ให้เรานำ code ตัวด้านล่างนี้ใส่ลงไปส่วนไหนก็ตามแต่ theme ของเราจะออกแบบมา ขั้นตอนนี้เละครับที่เราต้องพอจะดูออกว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหนเราจะใส่เข้าไปยังไงก็แล้วแต่เราครับ</p><blockquote><p>&lt;div class=&#8221;breadcrumb&#8221;&gt;<br
/> &lt;?php<br
/> if(function_exists(&#8216;bcn_display&#8217;))<br
/> {<br
/> bcn_display();<br
/> }<br
/> ?&gt;<br
/> &lt;/div&gt;</p></blockquote><p>ดังตัวอย่างผมใส่ลงไปที่ส่วนท้ายของ header.php เลย<br
/> <img
class="aligncenter size-full wp-image-974" title="howhost_0067" src="http://killthewhat.com/wp-content/uploads/2009/05/howhost_0067.png" alt="howhost_0067" width="630" height="211" /><br
/> จากนั้นเซพแล้วโยนกลับไปที่เดิมของ theme เราครับ /wp-content/themes/(them เราที่ใช้)/header.php จากนั้นเรามาดูส่วนของ css ของ NaviXT บาง ให้เรานำ code css ด้านล่างใส่ลงไปใน style.css ของ theme เราครับและปรับแต่งแก้ไขกันตามสะดวก&#8230;</p><pre><code>.breadcrumb
{
	font-size: 1.1em;
	color: #fff;
	margin: 30px 0 0 10px;
	position: relative;
	float: left;
}
</code></pre><p><img
src="http://killthewhat.com/wp-content/uploads/2009/05/howhost_0075.png" alt="howhost_0075" title="howhost_0075" width="442" height="280" class="aligncenter size-full wp-image-978" /><br
/> จากนั้นเซพแล้วโยนกลับไปที่เดิมของ theme เราครับ /wp-content/themes/(them เราที่ใช้)/style.css เราสามารถแก้ไขส่วนของการแสดงผลเพิ่มเติมได้ที่ Settings > Breadcrumb NavXT ในหน้า admin ครับ<br
/> <img
src="http://killthewhat.com/wp-content/uploads/2009/05/howhost_0081.png" alt="howhost_0081" title="howhost_0081" width="630" height="381" class="aligncenter size-full wp-image-980" /></p><p>Thank : <a
href="http://mtekk.weblogs.us/code/breadcrumb-navxt/">http://mtekk.weblogs.us/code/breadcrumb-navxt/ </a></p> ]]></content:encoded> <wfw:commentRss>http://killthewhat.com/wordpress-tutorials/breadcrumb-navxt/feed/</wfw:commentRss> <slash:comments>0</slash:comments> </item> </channel> </rss>
<!-- Performance optimized by W3 Total Cache. Learn more: http://www.w3-edge.com/wordpress-plugins/

Minified using disk
Page Caching using disk (user agent is rejected)
Database Caching 26/47 queries in 0.013 seconds using disk

Served from: killthewhat.com @ 2012-02-08 17:42:51 -->
