การกำหนดอัตราภาษีของ magento
ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการใส่สินค้าเพิ่มเข้าไป ผมจะมาพูดถึงเรื่องวิธีการจัดการเรื่องภาษี (Tax) ของ magento กันก่อนครับ ซึ่งมีรายละเอียดค่อยข้างครอบคุมการใช้งานจริงๆ ในที่นี้ผมจะพูดถึงแค่ว่าเราจะขายสินค้าเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งจะคิดค่าภาษี 7% เท่านั้นน่ะครับ ส่วนใครจะขายไปถึงต่างแดนด้วยก็นำไปประยุกต์ใช้กันได้ครับพี่น้อง…
มาเริ่มกันเลยดีกว่า ให้เข้าไปที่หน้า admin ของ magento ก่อนครับจากนั้นไปที่เมนู Sale >> Tax

เมนู Product Tax Class คือ การแบ่งกลุ่มของภาษีตามลักษณะการนำไปใช้งาน เช่น ภาษีนี้ไปใช้กับสินค้า ภาษีชนิดนี้ไปใช้กับการขนส่ง เป็นต้น โดย Defualt ที่เขาให้มาจะมี 2 ตัวคือ Shipping คือภาษีสำหรับการขนส่ง และ Taxable Goods ภาษีตัวสินค้า ในส่วนนี้เราก็ไม่ต้องเพิ่มก็ได้ใช้ของเดิมล่ะครับดีแล้ว ส่วนใครจะเพิ่มลงไปก็ตามสะดวก

เมนู Customer Tax Class คือ การแบ่งกลุ่มของภาษีตามกลุ่มลูกค้า ซึ่งเอาไว้ใช้สำหรับเพื่อว่าลูกค้าคนนี้ เป็นลูกค้าคนพิเศษของเรา เราอยากจะให้ราคาสินค้านั้นถูกลงโดยการคิดภาษีที่ต่ำลงมากว่าลูกค้าปกติทั่วไป เช่น สมมติลูกค้าปกติจะเสียภาษี 7% ลูกค้ากลุ่มพิเศษที่เราสร้างขึ้นมาอาจจะเสียภาษีแค่ 3% พอเป็นต้น ในส่วนนี้ผมจะสร้างไว้ 2 แบบละกัน คือลูกค้าทั่วไป กับ ลูกค้าชั้นพิเศษ (ในส่วนนี้จะเชื่อมโยงกับ Customer Groups)

เมนู Manage Tax zone & Rates คือ การกำหนดอัตราภาษีครับ นี่เละสำคัญเพราะเราจะกำหนดละว่า ประเทศไหนเสียภาษีเท่าไร หรือเมืองไหนเสียเท่าไร สุดแล้วแต่เราจะกำหนดออกมาในที่นี้ผมจะกำหนดประเทศเดียวน่ะครับคือ ไทย เสียภาษี 7% ให้กด Add New Tax Rate ขวามือบนดังรูป

เรามาดูรายละเอียดกันน่ะครับ

- Tax Identifier ตั้งชื่อ Tax ครับ ผมใช้ชื่อว่า TH
- Country เลือกเมืองครับ
- Zip/Post Code กำหนดรหัสไปรษณีก็ได้ครับ (ในส่วนนี้ให้เราใส่ * ไว้เพื่อเป็นการเลือกรหัสทั้งหมดไม่ว่าลูกค้าจะใส่มาแบบใด)
- Rate อัตราภาษีคิดเป็น % ครับผม เช่นใส่เลข 7 ก็คือ 7%
State นั้นผมไม่รู้ครับมันคือไร เพราะมันเลือกไม่ได้เลยไม่ว่าจะเลือกประเทศอะไรก็แล้วแต่ ^ ^!
เมนู Manage Tax Rules คือ การกำหนดกฎขึ้นมาว่าภายใต้กฎนี้ ไอ้เมนู tax ต่างด้านบนที่เราสร้างมาทั้งหมดจะถูกนำมาใช้ในนี้ครับมาดูกันเลยดีกว่า ให้เรากด Add New Tax Rule


- Name ชื่อกฎที่เราตั้งขึ้นมา
- Customer Tax Class เลือกกลุ่มลูกค้าที่จะใช้กฎนี้ (ผมเลือก ลูกค้าทั่วไป)
- Product Tax Class เลือกกลุ่มของภาษี (ผมเลือก Taxable Goods)

- Tax Rate เลือกอัตราภาษีครับ
- Priority ความสำคัญของภฏนี้ (เลขน้อยคือความสำคัญสูงสุด)
- Sort Order การจัดเรียงของกฎ
ตามค่าที่ผมตั้งไว้ก็จะอธิบายได้ว่า กลุ่มลูกค้าทั่วไป จะเสียค่าภาษีสินค้าตามอัตราภาษี 7% จากนั้น Save Rule ออกมาครับ เพียงเท่านี้ก็จะได้ tax หรือภาษีที่จะใช้กับสินค้าของเรากันแล้ว มาดูตรวจอย่างกันครับ


